แมงกานีส ประโยชน์ 8 อย่าง ดีต่อระบบเผาผลาญ รวมอาหารแมงกานีสสูง
เชื่อว่าทุกคนรู้ถึงความสำคัญของวิตามินกับแร่ธาตุที่มีประโยชน์อย่างมากต่อการทำงานของร่างกาย หากพูดถึงกระดูก หลายคนก็คงคิดถึงแคลเซียมกับวิตามินดีที่มีส่วนช่วยทำให้กระดูกแข็งแรง แต่ยังมีแร่ธาตุอีกตัวหนึ่งที่หากพูดถึงกระดูกแล้วก็ต้องมีแทรกเข้ามาให้พูดถึงบ้างนั่นก็คือแมงกานีส แล้ว แมงกานีส ประโยชน์มีอะไรบ้าง นอกจากช่วยรักษามวลกระดูกแล้ว ช่วยอะไรได้อีก เป็นแร่ธาตุที่สำคัญต่อระบบเผาผลาญของร่างกายแค่ไหน? ควรรับปริมาณแมงกานีสเท่าไหร่ต่อวัน แล้วอาหารอะไรบ้างที่มีแมงกานีสสูง? บทความนี้มีคำตอบ

แมงกานีส ประโยชน์ 8 อย่าง ดีต่อกระดูกและสุขภาพโดยรวม
ประโยชน์ของแมงกานีสมีความสำคัญด้านการทำงานของร่างกายในหลายด้าน เช่น ระบบเผาผลาญในร่างกาย ความแข็งแรงของกระดูก มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดการอักเสบ ปกป้องและเสริมการทำงานของสมอง ดีต่อสุขภาพต่อมไทรอยด์ และเร่งการสมานแผล
1. สำคัญต่อระบบเผาผลาญในร่างกาย
แมงกานีส ประโยชน์สำคัญอย่างหนึ่งของแร่ธาตุนี้คือมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อระบบเผาผลาญต่อร่างกาย ทั้งการเผาผลาญกรดอะมิโน คอเลสเตอรอล น้ำตาลกลูโคสและคาร์โบไฮเดรต เปลี่ยนสารอาหารเป็นพลังงาน
2. ความแข็งแรงของกระดูก
แมงกานีสมีความสำคัญต่อกระดูกและการซ่อมแซมกระดูก ช่วยในการสังเคราะห์เนื้อเยื่อเกี่ยวกับกระดูก รวมถึงเป็นแร่ธาตุที่สำคัญต่อการดูดซึมแคลเซียมในร่างกาย การรับแมงกานีสเข้าร่างกายพร้อม ๆ กับแคลเซียมและวิตามินดีจะมีส่วนช่วยในการบำรุงกระดูกอย่างมาก มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคกระดูกพรุนด้วยเช่นกัน
3. มีสารต้านอนุมูลอิสระ
Manganese Superoxide Dismutase (MnSOD) เป็นเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ
4. ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
แมงกานีส ประโยชน์อย่างหนึ่งที่สำคัญโดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวานคือมีส่วนช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เพราะแมงกานีสช่วยผลิตและการหลั่งอินซูลิน ทำให้มีส่วนช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดและช่วยป้องกันโรคเบาหวานด้วยเช่นกัน
5. ลดการอักเสบ
ร่างกายใช้แมงกานีสในการสร้างเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระ Superoxide Dismutase (SOD) เพื่อป้องกันเซลล์ในการถูกทำลาย ซึ่ง SOD จะช่วยลดการอักเสบทั่วร่างกาย และอาจมีส่วนช่วยลดอาการปวดจากการอักเสบบริเวณข้อด้วย
6. ปกป้องและเสริมการทำงานของสมอง
แมงกานีสสำคัญต่อการทำงานของสมองและถูกใช้ในการรักษาภาวะด้านระบบประสาทด้วยเช่นกัน ต้องขอบคุณ SOD ในแมงกานีสที่ช่วยปกป้องเซลล์สมองและระบบประสาทจากการถูกทำลาย และแมงกานีสก็ช่วยในเรื่องของสื่อประสาท ส่งผลให้การทำงานของสมองดีขึ้นด้วยเช่นกัน
7. ดีต่อสุขภาพต่อมไทรอยด์
ไทรอกซีน (Thyroxine) เป็นฮอร์โมนที่สำคัญต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์ ซึ่งแมงกานีส ประโยชน์อย่างหนึ่งคือส่งเสริมการผลิตไทรอกซีน การขาดแมงกานีสก็อาจทำให้เกิดปัญหาต่อมไทรอยด์ อาจทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายแปรปรวนได้
8. เร่งการสมานแผล
การสมานแผล จะเป็นต้องเร่งการสร้างคอลลาเจนเพื่อทำหน้าที่ในการสมานแผล ซึ่งแมงกานีสเป็นแร่ธาตุในการสร้างกรดอะมิโนโปรลีน ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างคอลลาเจน ทำให้การสมานเผลมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อาหารที่มีแมงกานีสสูง มีอะไรบ้าง?
อาหารที่มีแมงกานีสมีหลากหลาย แต่ร่างกายต้องการในปริมาณแค่นิดเดียวเท่านั้น ซึ่งอาหารที่ทั้งดีต่อร่างกายและมีแมงกานีส จะมีดังนี้
1. หอย เช่น หอยแมลงภู่ หอยนางรม หอยกาบ หอยเชลล์
2. ถั่วและเมล็ด เช่น เฮเซลนัท อัลมอนด์ ถั่วลูกไก่ ถั่วลิสง ถั่วลันเตา ถั่วเลนทิล ถั่วดำ ถั่วเหลือง พีแคน เมล็ดทานตะวัน เมล็ดมะม่วงหิมพานต์
3. ธัญพืช เช่น ข้าวกล้อง ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต คินัว โฮลวีท
4. ผัก เช่น ผักโขม ผักคะน้า ผักสวิสชาร์ด มันฝรั่ง แครอท
5. ผลไม้ เช่น สัปปะรด ราสเบอร์รี สตรอวเบอร์รี
6. ชา เช่น ชาดำ ชาเขียว
7. เครื่องเทศ เช่น การพลู อบเชย
แมงกานีส ประโยชน์มีหลายอย่างที่มีส่วนช่วยในการทำงานของร่างกาย ตั้งแต่ระบบเผาผลาญไปจนถึงการสมานแผล และอาหารที่มีแมงกานีสก็มีให้เลือกทานหลายอย่าง ซึ่งปริมาณแมงกานีสที่ร่างกายรับได้ในแต่ละวันน้อยแค่ 1.8 – 2.3 มิลลิกรัมเท่านั้น

