เบาหวานขึ้นเท่าไหร่อันตราย 300 อันตรายไหม วิธีทำให้น้ำตาลลด
สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน แน่นอนว่าแพทย์ที่ดูแลอาการเรามักจะสั่งให้เราควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตหรืออาหารที่มีน้ำตาลสูง และต้องทานยาอีกหลายอย่างรวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่าง ๆ ซึ่งการที่มีระดับน้ำตาลในเลือดปกติ เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องใส่ใจโดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน ในบทความนี้ เราจะมาอธิบายว่า เบาหวานขึ้นเท่าไหร่อันตราย ขึ้น 200 หรือ 300 อันตรายไหม แล้วจะมีวิธีทำให้น้ำตาลลดอย่างไรบ้าง?

เบาหวานขึ้นเท่าไหร่อันตราย?
ก่อนทานอาหารหรือช่วงอดอาหารก่อนตรวจ ระดับน้ำตาลในเลือดปกติของผู้ป่วยเบาหวานจะอยู่ที่ 70-130 mg/dL ระดับน้ำตาลน้ำตาล 130 mg/dL หรือมากกว่า จะถือว่าเป็นระดับน้ำตาลในเลือดที่สูง
หลังทานอาหาร 2 ชั่วโมง ระดับน้ำตาลปกติจะควรต่ำกว่า 180 mg/dL หากมากกว่า 180 mg/dL จะถือว่าระดับน้ำตาลในเลือดสูงสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน
เบาหวานขึ้น 300 อันตรายไหม?
จริง ๆ แล้ว น้ำตาลสูง 180 mg/dL ก็มีความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนแล้ว หากน้ำตาลขึ้นไปถึง 250 mg/dL จะทำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานต้องทานยาหรือปรึกษาแพทย์
หากระดับน้ำตาลพุ่งขึ้นถึง 300 mg/dL จะเป็นระดับที่อันตรายมากจนอาจตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น
- ภาวะ Diabetic Ketoacidosis (DKA) หรือภาวะน้ำตาลในเลือดสูงพร้อมกับเลือดเป็นกรด มักจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภท 1 เกิดขึ้นเมื่อร่างกายไม่มีอินซูลินมากพอและเริ่มสลายไขมัน นำไปสู่การผลิตคีโตน (Ketones) ซึ่งเป็นกรดที่อันตราย
- ภาวะ Hyperosmolar Hyperglycemic State (HHS) หรือภาวะโคม่าจากระดับน้ำตาลในเลือดสูง มักเกิดขึ้นกับผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภท 2 เกิดขึ้นเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงมาก ทำให้เกิดภาวะร่างกายขาดน้ำ และอาจเกิดอาการโคม่าได้ในบางกรณี
เบาหวานขึ้น 200-300 อาการเป็นอย่างไร?
เบาหวานขึ้นเท่าไหร่อันตราย? อาการของภาวะเบาหวานขึ้นสูงจะมีด้วยกันหลายอาการ ถ้าหากเบาหวานขึ้น 200-300 mg-dL ก็อาจมีอาการเหล่านี้ได้ เช่น
- กระหายน้ำมากผิดปกติ ร่างกายพยายามชดเชยระดับน้ำตาลสูงโดยการขับน้ำตาลส่วนเกินออกทางปัสสาวะ
- ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะการปวดปัสสาวะตอนกลางคืน
- มีอาการเหนื่อยล้า เนื่องจากน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้เซลล์ในร่างกายเข้าถึงกลูโคสที่เป็นพลังงานได้ยาก
- สายตาพล่ามัว มองเห็นไม่ชัด ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงอาจทำให้เกิดอาการบวมที่ดวงตา
- ปากแห้ง น้ำลายน้อย เพราะภาวะน้ำตาลสูงทำให้การผลิตน้ำลายลดน้อยลง
- ปวดหัว น้ำตาลสูงทำให้ร่างกายขาดน้ำ การขาดน้ำก็อาจนำไปสู่การปวดหัวได้
- ไม่มีสมาธิ
- แผลหายช้า การไหลเวียนของเลือดลดลงเนื่องจากน้ำตาลในเลือดสูง
- หากระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างต่อเนื่อง อาจมีอาการเสียวซ่า แสบร้อนหรือชาโดยเฉพาะที่มือและเท้า
เมื่อไหร่ที่ควรกังวลและควรพบแพทย์?
หากระดับน้ำตาลสูงอย่างต่อเนื่องอยู่ที่ 200-300 mg/dL ก็อาจทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนที่รุนแรง หากมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน สับสน ลมหายใจเริ่มส่งกลิ่น จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ทันที

วิธีทำให้น้ำตาลลด
เมื่อรู้ว่าเบาหวานขึ้นเท่าไหร่อันตราย การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดของเราเป็นประจำเพื่อสังเกตการณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญ อย่างไรก็ตาม หากทราบว่าน้ำตาลในเลือดสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน การพบแพทย์จะเป็นทางที่ดีที่สุดเสมอ การดูแลระดับน้ำตาลในระยะยาว การรู้จักวิธีทำให้น้ำตาลลด จะช่วยป้องกันความเสี่ยงภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งวิธีการจะมีดังนี้
1. ติดตามระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน
2. เลือกทานอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ อย่างผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำและเมหาะกับโรคเบาหวาน ผัก พืชตระกูลถั่วให้มากขึ้น
3. เลี่ยงทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง
4. ทานอาหารทีมี่ไฟเบอร์หรือใยอาหารสูง เช่น ผัก ผลไม้ ถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี
5. ทานอาหารที่มีไขมันดี เช่น อะโวคาโด ถั่ว เมล็ดพืช เป็นต้น
6. เลี่ยงทานอาหารในปริมาณมาก ทานในปริมาณที่พอเหมาะ
7. ออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน วันละ 30 นาที
8. ป้องกันภาวะร่างกายขาดน้ำ ดื่มน้ำตลอดวัน
9. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 7-9 ชั่วโมง
10. ติดตามอาการ ทานยาอย่างสม่ำเสมอ
11. เลี่ยงแอลกอฮอล์และเลี่ยงสูบบุหรี่
เบาหวานขึ้นเท่าไหร่อันตราย? หากตรวจระดับน้ำตาลในเลือดแล้วพบว่าระดับน้ำตาลสูง สิ่งแรกที่ควรทำคือไม่ควรตกใจกับมัน พยายามตั้งสติและทำตามที่แพทย์สั่ง หากอาการไม่ดีหรือน้ำตาลสูงอย่างต่อเนื่อง ให้พบแพทย์ทันที

