สารก่อมะเร็ง

โรคมะเร็ง หากพูดถึงมันแล้วก็เชื่อว่าไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้นกับตัวเรา แม้ในปัจจุบัน การตรวจพบเจอตั้งแต่เนิ่น ๆ จะสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่โรคมะเร็งก็ยังเป็นโรคหนึ่งที่คร่าชีวิตผู้คนเป็นอันดับต้น ๆ กรมการแพทย์ได้เปิดเผยสถิติในปี พ.ศ. 2566 พบว่ามีผู้ป่วยโรคมะเร็งใหม่ถึง 140,000 คนต่อปี ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมการกิน ทำให้เราต้องหันมาใส่ใจสาเหตุและปัจจัยของโรคมะเร็งมากขึ้น ในบทความนี้ เราจะมาพูดถึง สารก่อมะเร็ง ตัวการที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งว่าสารเหล่านั้นมีอะไรบ้าง แล้วอาหารก่อมะเร็งอะไรที่ควรลดหรือควรเลี่ยง

สารก่อมะเร็งคือ

สารก่อมะเร็ง คืออะไร?

สารก่อมะเร็ง (Carcinogens) คือสารที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง สามารถพบได้ในหลายรูปแบบ สารเคมี มลภาวะจากสิ่งแวดล้อม รังสีบางประเภท หรือแม่แต่ไวรัสบางชนิด

สารก่อมะเร็ง มีอะไรบ้าง?

เราสามารถแบ่งประเภทของสารก่อมะเร็งได้ 3 ประเภท ดังนี้

สารเคมีก่อมะเร็ง (Chemical carcinogens)

สารเคมีก่อมะเร็ง เป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งโดยการเข้าไปเปลี่ยนโครงสร้างของ DNA ภายในเซลล์ ตัวอย่างของสารเคมีก่อมะเร็ง เช่น

-          Polycyclic Aromatic Hydrocarbons (PAHs) แหล่งที่มาจะมาจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของสารอินทรีย์อย่างถ่านหิน น้ำมัน หรือยาสูบ ตัวอย่างสารเคมี เช่น เบนโซไพรีน ซึ่งเป็นตัวการที่สามารถพบได้ในเนื้อที่ไหม้เกรียมจนดำ และพบได้ในควันบุหรี่

-          Aromatic amines สารเคมีที่สามารถพบได้บ่อยในโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมพลาสติก และสามารถพบได้ในบุหรี่ด้วยเช่นกัน

-          แร่ใยหิน (Asbestos) ที่สามารถพบได้ในวัสดุก่อสร้าง ฉนวน

-          โลหะหนัก (Heavy metals) พบได้ในอุตสาหกรรมและแหล่งน้ำที่ปนเปื้อน

-          เบนซีน (Benzene) พบได้ในอุตสาหกรรมที่ปล่อยมลพิษ ควันบุหรี่ และไอเสียรถยนต์

นอกจากนี้ก็มีอะฟลาท็อกซิน ไวนิลคลอไรด์ ฟอร์มาลดีไฮด์ และไตโตรซามีน

สารก่อมะเร็งทางกายภาพ (Physical carcinogens)

สารก่อมะเร็งทางกายภาพ เป็นสารที่สามารถก่อมะเร็งได้จากการถูกสัมผัสทางกายภาพ เช่น รังสี UV ที่พบได้จากแสงแดด รังสีไอออนไนซ์จากเอกซเรย์ ก๊าซเรดอน แร่ใยหิน ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีซิลิกา (Silica dust) เป็นต้น

สารก่อมะเร็งทางชีวภาพ (Biological carcinogens)

ไวรัส แบคทีเรีย หรือปรสิตบางชนิด เช่น ไวรัส HPV ที่อาจทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกหรือมะเร็งอวัยวะเพศอื่น ๆ ไวรัสตับอักเสบบีหรือไวรัสตับอักเสบซีที่อาจทำให้เกิดมะเร็งตับ ไวรัสภูมิคุ้มกันบกพร่อง HIV ไวรัสมะเร็งเม็ดเลือดขาว แบคทีเรีย H.pylori  รวมถึงพยาธิใบไม้ในเลือด พยาธิใบไม้ตับ

วิธีป้องกันสารก่อมะเร็ง ให้ห่างไกลปัจจัยเสี่ยง

ไลฟ์สไตล์ ปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการปฏิบัติตามแนวทางความปลอดภัย จะสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้ ซึ่งวิธีการที่สามารถทำได้จะมีดังนี้

1. ทานอาหารที่มีประโยชน์

เช่น ผักหรือผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินและแร่ธาตุที่มีส่วนช่วยในการป้องกันเซลล์มะเร็ง จำกัดปริมาณเนื้อแปรรูปหรือเนื้อแดง ปรุงให้สุกพอดีไม่ไหม้เกรียมจนเกินไป

2. เลี่ยงสูบบุหรี่

เพราะบุหรี่เป็นสารเสพติดที่มีสารก่อมะเร็งอยู่เยอะมาก หากเป็นคนที่ไม่สูบบุหรี่อยู่แล้ว ควรเลี่ยงควันบุหรี่มือสองด้วยเช่นกัน

3. ลดดื่มแอลกอฮอล์

การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากก็อาจทำให้เกิดโรคมะเร็งบางชนิดได้เช่นกัน

4. ป้องกันผิวจากแสงแดด

ทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันผิวจากการสัมผัสแสงแดดหรือรังสี UV โดยตรง ใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดผิวมิดชิด ใส่แว่นกันแดด เป็นต้น

5. ฉีดวัคซีน

เนื่องจากไวรัสบางชนิดก็อาจเสี่ยงต่อโรคมะเร็งได้ การฉีดวัคซีนเลยเป็นสิ่งสำคัญ เช่น วัคซีน HPV วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี เป็นต้น

อาหารก่อมะเร็ง

อาหารก่อมะเร็งที่ควรลดหรือควรเลี่ยง

อาหารบางชนิด หากไม่ควบคุมปริมาณหรือใช้กระบวนการทำที่เสี่ยง ก็สามารถเป็นอาหารก่อมะเร็งได้ ซึ่งอาหารที่ว่า จะมีดังนี้

1.      เนื้อสัตว์แปรรูป เช่น เบคอน ไส้กรอก แฮม ที่อาจมีสารไนโตรโซ และ PAHs

2.      เนื้อแดง เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู และเนื้อไก่ และมักจะขึ้นอยู่กับกระบวนการในการทำอาหาร เช่น การย่างบนแท่นเหล็ก บาร์บีคิว หรือการทอดกระทะ

3.      แอลกอฮอล์ เนื่องจากเอทานอลในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

4.      อาหารที่มีโอกาสปนเปื้อน เช่น ธัญพืชหรือถั่วที่มีการปนเปื้อนของอะฟลาท็อกซิน

5.      การปรุงอาหารหรือกระบวนการทำอาหารที่ใช้ความร้อนสูง เช่น การทอด การย่าง ที่สามารถทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง HCA และ PAH ได้ มักจะเห็นได้ในอาหารที่เกิดการไหม้เกรียมจนกลายเป็นสีดำ เป็นอาหารที่ควรเลี่ยงอย่างมาก

สารก่อมะเร็ง เป็นสารที่เราสามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยการดูแลตัวเอง ทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดปริมาณการทานเนื้อสัตว์ ใส่ใจในเรื่องของความปลอดภัย ก็จะสามารถลดโอกาสการเกิดโรคมะเร็งได้เป็นอย่างดี


KINN หลินจือ มีสารต้านอนุมูลอิสระ เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะทำคีโมและระยะพักฟื้น