กาแฟดำลดกรดยูริก

หลายคนที่มีกรดยูริกสูง ก็จะได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการทานอาหารและการดูแลสุขภาพเพื่อลดโอกาสการเกิดอาการกำเริบ ไม่ว่าจะเป็นการเลี่ยงรับประทานเครื่องใน อาหารทะเล ไปจนถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเฉพาะเบียร์ แต่เครื่องดื่มอย่างหนึ่งคือ “กาแฟดำ” นั้นสามารถดื่มได้ และมีงานวิจัยอยู่บ้างเกี่ยวกับผลกระทบของกาแฟดำกับกรดยูริกในร่างกาย บทความนี้เราได้สรุปจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือว่า กาแฟดำลดกรดยูริกได้จริงแค่ไหน ผู้ป่วยโรคเกาต์ควรดื่มหรือไม่?

กรดยูริกกับโรคเกาต์ ต่างกันอย่างไร? 

โรคเกาต์เกิดจากกรดยูริกในเลือดสูง เมื่อกรดยูริกสะสมจนตกผลึกที่ข้อ ก็ทำให้ข้ออักเสบเฉียบพลัน ค่าปกติของกรดยูริกในผู้ชายอยู่ที่ต่ำกว่า 7 มก./ดล. และในผู้หญิงต่ำกว่า 6 มก./ดล. อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่กรดยูริกสูงจะเป็นเกาต์ ส่วนผู้ที่มีอาการเกาตก็ควรได้รับการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์แม้ค่าในเลือดจะไม่สูงมาก 

กาแฟดำ เย็น

กาแฟดำลดกรดยูริกได้จริงไหม? 

คำตอบสั้น ๆ คือกาแฟดำมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงเกาต์ที่ต่ำลง แต่ไม่ได้เป็นวิธี “ลดกรดยูริก” เหมือนกับการรักษาทางการแพทย์ 

งานวิจัยเกี่ยวกับกาแฟดำลดกรดยูริก 

หลักฐานที่ถูกอ้างถึงมากที่สุดมาจากโครงการวิจัยของ Harvard ที่ติดตามกลุ่มตัวอย่างระยะยาว

  • ผู้ชาย: จากกลุ่มตัวอย่างผู้ชาย 45,869 คนที่ติดตามนาน 12 ปี ผู้ที่ดื่มกาแฟ 4–5 แก้วต่อวันมีความเสี่ยงเกาต์ต่ำกว่าผู้ไม่ดื่มราว 40% และผู้ที่ดื่มตั้งแต่ 6 แก้วขึ้นไปต่ำกว่าราว 59% 
  • ผู้หญิง: ใน Nurses' Health Study ผู้ที่ดื่มกาแฟตั้งแต่ราว 4 แก้วต่อวัน (948 มล.ขึ้นไป โดย 237 มล. เท่ากับ 1 แก้ว) มีความเสี่ยงเกาต์เป็นประมาณ 0.43 เท่าของผู้ไม่ดื่ม 
  • ข้อมูลล่าสุดจาก UK Biobank: การศึกษาผู้เข้าร่วม 447,658 คน ติดตามเฉลี่ยกว่า 13 ปี พบว่าความเสี่ยงเกาต์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อดื่มกาแฟราว 3 แก้วต่อวัน และผู้ที่ดื่มมากกว่า 6 แก้วมีความเสี่ยงต่ำกว่าผู้ไม่ดื่ม 40% ทั้งกาแฟทั้งที่มีและไม่มีคาเฟอีนให้ผลคล้ายกัน 
  • การรวมงานวิจัย: meta-analysis ปี 2016 ระบุว่าการดื่มกาแฟตั้งแต่ 1 แก้วต่อวันสัมพันธ์กับความเสี่ยงเกาต์ที่ลดลงทั้งสองเพศ และเมื่อดื่มตั้งแต่ 4 แก้วต่อวัน ความเสี่ยงเหลือประมาณครึ่งหนึ่ง

ข้อควรจำคือ งานวิจัยเหล่านี้ศึกษา "กาแฟ" โดยรวม ไม่ได้แยกเฉพาะกาแฟดำ และเป็นการศึกษาเชิงสังเกต ผู้วิจัยในการศึกษา UK Biobank เองก็ยอมรับว่าไม่อาจสรุปเป็นเหตุและผลได้ 

ผลต่อค่ากรดยูริกในเลือดยังไม่ชัด

งานวิจัยระดับสากลพบว่ากาแฟสัมพันธ์กับกรดยูริกในเลือดที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยผู้หญิงอาจต้องดื่มมากกว่าผู้ชาย (4–6 แก้วเทียบกับ 1–3 แก้วต่อวัน) และข้อมูลระดับประเทศของสหรัฐฯ พบความสัมพันธ์แบบเดียวกันระหว่างกาแฟกับกรดยูริกที่ต่ำลง แต่ไม่พบในชา และดูเหมือนมาจากสารอื่นในกาแฟมากกว่าคาเฟอีน โดยรวมแล้ว หลักฐานยังไม่พอจะยืนยันว่ากาแฟลดความเสี่ยงภาวะกรดยูริกสูงได้ 

ผู้ป่วยโรคเกาต์ดื่มกาแฟดำได้ไหม ควรดื่มปริมาณเท่าไหร่?

โดยทั่วไป ผู้ป่วยโรคเกาต์สามารถดื่มกาแฟดำได้ เพราะไม่มีหลักฐานว่ากาแฟดำทำให้อาการเกาต์แย่ลง สิ่งสำคัญคือควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะปริมาณที่งานวิจัยพบว่าสัมพันธ์กับความเสี่ยงเกาต์ที่ลดลงชัดเจนอยู่ที่ราว 4–5 แก้วต่อวัน ซึ่งมากเกินไป การดื่มในปริมาณมากขนาดนั้นอาจเพิ่มโอกาสเกิดกรดไหลย้อน นอนไม่หลับ หรือใจสั่น จึงไม่คุ้มกับประโยชน์ที่อาจได้ ควรดื่มในปริมาณปกติ คือ 1–2 แก้วต่อวัน และอีกส่วนสำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคเกาต์ คือเลือกแบบไม่ใส่ส่วนผสมอื่น ๆ โดยเฉพาะน้ำตาล ควรดื่มกาแฟดำหรืออเมริกาโน่เย็นแบบไม่เติมส่วนผสมอื่น ๆ 

อเมริกาโน่กับโรคเกาต์

สิ่งที่มีผลมากกว่ากาแฟดำ

การดื่มกาแฟดำไม่ใช่ยารักษาโรคเกาต์หรือยาลดกรดยูริก ถ้าต้องการตั้งเป้าลดกรดยูริกจริง ๆ ปัจจัยสำคัญมีดังนี้

  • แนวทางปรับพฤติกรรมตามมาตรฐานสากล แนะนำให้จำกัดแอลกอฮอล์ พิวรีน และฟรุกโทส และแนะนำให้ลดน้ำหนักหากน้ำหนักเกิน ส่วนอาหารที่คนไทยคุ้นเคยและควรเลี่ยง เช่น เครื่องในสัตว์ อาหารทะเลบางชนิด เนื้อแดง อาหารแปรรูป และเบียร์ รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ เช่น ถั่วนัตโตะ ไข่ ธัญพืช ผลไม้ที่มีวิตามินสูง ผัก (ยกเว้นยอดผัก)
  • ยายังเป็นหัวใจของการรักษา การรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการลดกรดยูริก ประโยชน์จากการปรับอาหารมีจำกัด การปรับอาหารและเครื่องดื่มจึงควรเป็นตัวเสริม ไม่ใช่ตัวทดแทน

กาแฟมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคเกาต์ที่ลดลง โดยเห็นชัดเมื่อดื่มในปริมาณสูง (ราว 4–5 แก้วต่อวัน) แต่เป็นผลจากการศึกษาเชิงสังเกต และผลต่อระดับกรดยูริกในเลือดยังไม่ชัดเจน จึงไม่ถือเป็นวิธีลดกรดยูริกหรือรักษาโรคเกาต์ อีกทั้งการดื่มมากขนาดนั้นไม่แนะนำ เพราะเพิ่มโอกาสเกิดกรดไหลย้อน นอนไม่หลับ และใจสั่น ผู้ป่วยโรคเกาต์ยังดื่มกาแฟดำได้ในปริมาณที่พอเหมาะ (1–2 แก้วต่อวัน) โดยไม่ใส่น้ำตาล แต่ไม่ควรดื่มเพิ่มเพื่อหวังผลการรักษา และต้องปรับอาหารและรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งควบคู่กันเสมอ 

แหล่งอ้างอิง: 

  1. Choi HK, Willett W, Curhan G. Coffee consumption and risk of incident gout in men. Arthritis Rheum 2007.https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/17530645/

  2. Choi HK, Curhan G. Coffee consumption and risk of incident gout in women: the Nurses' Health Study. Am J Clin Nutr 2010.https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/20739424/

  3. Choi HK, Curhan G. Coffee, tea, and caffeine consumption and serum uric acid level: NHANES III. Arthritis Rheum 2007 (abstract).https://www.uptodate.com/contents/benefits-and-risks-of-caffeine-and-caffeinated-beverages/abstract/2,122-132

  4. Park KY, et al. Effects of coffee consumption on serum uric acid: systematic review and meta-analysis. Semin Arthritis Rheum 2016.https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/26905267/

  5. Zhang Y, et al. Is coffee consumption associated with a lower risk of hyperuricaemia or gout? BMJ Open 2016.https://doi.org/10.1136/bmjopen-2015-009809

  6. Guo H, et al. Dose–response relationships of tea and coffee consumption with gout: UK Biobank. Rheumatology 2023.https://doi.org/10.1093/rheumatology/kead019

  7. Shirai Y, et al. Coffee consumption reduces gout risk independently of serum uric acid levels: Mendelian randomization. ACR Open Rheumatol 2022.https://acrjournals.onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1002/acr2.11425

  8. Qin T, et al. Coffee intake reduced gout risk by decreasing urate and urea: mediation Mendelian randomization. Clin Rheumatol 2024.https://link.springer.com/article/10.1007/s10067-024-06922-7

  9. Major TJ, et al. Evaluation of the diet wide contribution to serum urate levels. BMJ 2018.https://doi.org/10.1136/bmj.k3951

  10. FitzGerald JD, et al. 2020 ACR Guideline for the Management of Gout. Arthritis Care Res 2020.https://acrjournals.onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1002/acr.24180

  11. AAFP. Management of Gout: Update from the American College of Rheumatology. 2021.https://www.aafp.org/afp/2021/0800/p209

  12. รามาแชนแนล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. โรคเกาต์ กินอย่างไรไม่ให้กรดยูริกในเลือดสูง

  13. โรงพยาบาลขอนแก่นราม. กินอย่างไร เมื่อเป็นโรคเกาต์.https://www.khonkaenram.com/th/services/health-information/health-articles/surg-ortho/food-for-gout

  14. Frontiers in Nutrition. Inverted U-shaped relationship between coffee consumption and serum uric acid in American CKD population. 2023.https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC10719848/