8 โรคที่มากับหน้าฝน หน้าฝน ดูแลตัวเองอย่างไรให้ห่างไกลโรค
ฤดูฝน เป็นฤดูหนึ่งที่ส่งผลกระทบหลากหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง อุบัติเหตุบนถนน ปัญหาที่ทำให้ต้องซ่อมบ้าน ปัญหาแมลงเข้าบ้าน เสี่ยงต่อระบบไฟฟ้าลัดวงจร โรคหวัดในหน้าฝน รวมถึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจทำให้ป่วยได้ด้วยเช่นกัน หลายคนอาจมีคำถามว่า ทำไมเราถึงชอบป่วยตอนช่วงหน้าฝน แล้วโรคที่มากับหน้าฝน มีโรคอะไรบ้าง จะสามารถดูแลตัวเองในหน้าฝนอย่างไรให้ห่างไกลจากโรค ป้องกันการเจ็บป่วย

ทำไมเราชอบป่วยช่วงฤดูฝน?
เหตุผลที่เราชอบป่วยช่วงฤดูฝนอาจอธิบายได้ดังนี้
ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยหรือเปลี่ยนแปลงแบบกะทันหัน ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น รวมถึงการที่แสงแดดน้อย ทำให้ร่างกายรับวิตามินดีที่สำคัญต่อภูมิคุ้มกัน ทำให้ภูมิคุ้มกันตกได้
เชื้อโรคเพิ่มขึ้น เนื่องจากฝนทำให้เกิดน้ำขังและเกิดการปนเปื้อนในแหล่งน้ำ หากไม่ระวังก็อาจเสี่ยงต่อโรคตับอักเสบ อหิวาตกโรคและไทฟอยด์ได้ นอกจากนี้ น้ำนิ่งจากฝนก็เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงชั้นดี เสี่ยงต่อโรคที่มีพาหะเป็นยุงได้เช่นกัน
ความชื้นที่มากขึ้น เพราะความชื้นทำให้เชื้อเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เสี่ยงต่อการติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจ
8 โรคที่มากับหน้าฝน รู้ไว้ก่อนตัวเปียก
1 .ไข้มาลาเรีย
เป็นโรคระบาดที่มีพาหะเป็นยุงก้นปล่องที่มีการติดเชื้อ มักมีอาการไข้ หนาวสั่น เหงื่อออก ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกายและคลื่นไส้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ก็อาจทำให้อาการรุนแรงและเกิดโรคแทรกซ้อนจนเสียชีวิตได้
2 .โรคไข้เลือดออก
หลายคนรู้จักโรคไข้เลือดออกดีเพราะเคยมีช่วงที่ระบาดหนักมาแล้ว ซึ่งไข้เลือดออกเป็นเชื้อที่เกิดจากยุงลาย อาจมีอาการไข้สูงแบบเฉียบพลัน ปวดหัวอย่างรุนแรง ปวดหลังตา ปวดข้อและกล้ามเนื้อ ผื่นขึ้น อาจมีเลือดออกเล็กน้อยตามเหงือกหรือเลือดกำเดาไหล หากไม่ได้รับการรักษาอย่างดี อาจทำให้เกิดอาการช็อกได้
3 .โรคชิคุนกุนยา
หรือโรคไข้ปวดข้อยุงลาย มียุงลายเป็นพาหะเช่นเดียวกับไข้เลือดออก อาการมักปรากฏ 3-7 วันหลังถูกกัด อาจมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน ปวดข้อรุนแรง ปวดกล้ามเนื้อ ศีรษะ คลื่นไส้ เหนื่อยล้า และมีผื่นขึ้น
4 .โรคฉี่หนู
เกิดจากการที่น้ำฝนเอาเชื้อโรคหลายชนิดมารวมกัน ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่อยู่ในปัสสาวะของสัตว์พาหะ เช่น หนู หมู สุนัข และสัตว์อื่น ๆ ซึ่งอาการมีตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง ตเช่น ไข้สูง ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ปวดท้อง อาเจียน ท้องร่วง ดีซ่าน หากอาการรุนแรง อาจทำให้อวัยวะล้มเหลว เช่น ไตวาย ตับวาย
5 .อหิวาตกโรค
เป็นโรคท้องร่วงฉับพลันจากการทานอาหารที่มีการปนเปื้อนแบคทีเรีย มักเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีสุขอนามัยไม่ดีหรือไม่สะอาด อาจมีอาการตั้งแต่ท้องเสีย อาเจียน ตะคริว หากอาการรุนแรงก็อาจทำให้สูญเสียของเหลวในร่างกาย ทำให้ร่างกายขาดน้ำและช็อกได้
6 .ไข้ไทฟอยด์
เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Salmonella enterica serotype Typhi ซึ่งติดต่อผ่านการทานอาหารหรือน้ำที่มีการปนเปื้อนของแบคทีเรีย ซึ่งอาการของไข้ไทฟอยด์อาจมีไข้สูง ปวดหัว ไม่สบายตัว ปวดท้อง ท้องผูกหรือท้องเสีย หากอาการรุนแรง อาจทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือดซึ่งอันตรายต่อชีวิตได้
7 .ไวรัสตับอักเสบเอและบี
ส่งผลต่อตับโดยตรง ไวรัสตับอักเสบเอ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่ม picornavirus ส่วนไวรัสตับอักเสบบีเกิดจากไวรัสกลุ่ม Hepeviridae มักมีอาการคล้ายกัน เช่น เหนื่อยล้า คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ไข้ขึ้น ผิวเหลือง
8 .ไข้หวัดใหญ่
เป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจที่เกิดจากไวรัสไข้หวัดใหญ่ มีผลกระทบต่อระบบหายใจเป็นหลัก อาจทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยถึงรุนแรง และอาจต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่งอาการจะมีตั้งแต่ไข้ฉับพลัน หนาวสั่น ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหลหรือคัดจมูก ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ อาเจียนและท้องเสีย นอกจากนี้ ไข้หวัดใหญ่กับเบาหวานก็เป็นอันตรายต่อผู้ป่วยโรคเบาหวานด้วยเช่นกัน

วิธีดูแลตัวเองในช่วงหน้าฝน ต้องทำอย่างไร?
- รักษาความสะอาด ล้างมือเป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
- ไม่ตากฝน ใช้ร่มหรือใส่เสื้อกันฝน
- ดื่มน้ำสะอาด เช็คที่มาของน้ำให้ดี
- หลีกเลี่ยงการถูกยุงกัด นอนในมุ้งกันยุง ใส่เสื้อแขนยาว
- ทานอาหารที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เช่น ผลไม้ ผัก ธัญพืช
- อยู่ในที่ระบายอากาศได้ดี ลดความชื้น
โรคที่มากับหน้าฝน มีหลากหลายโรค ทำให้ในฤดูฝนนี้ต้องดูแลตัวเองดีเป็นพิเศษ ด้วยความที่ติดเชื้อได้ง่ายจากหลายช่องทาง อย่าลืมพกร่ม พกเสื้อกันฝน หากตัวเปียกให้อาบน้ำทันทีเมื่อถึงบ้าน หลีกเลี่ยงการถูกยุงกัดด้วย

