โรคกระดูกพรุนอาการ

กระดูกพรุนในผู้สูงอายุ

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายมักจะมีความเสื่อมถอยตามอายุ ทำให้ผู้สูงอายุมักจะมีอาการเจ็บปวดตามร่างกาย หรือโรคเรื้อรังต่าง ๆ หรือโรคของผู้สูงอายุ รวมถึงความเสี่ยงที่จะทำให้อาการเหล่านั้นกำเริบสูงขึ้นเช่นกัน แต่ภัยร้ายอย่างหนึ่งที่อาจเกิดกับผู้สูงอายุโดยไม่รู้ตัว คือภาวะกระดูกพรุน โรคกระดูกพรุน อาการเป็นอย่างไร สาเหตุการเกิดโรคกระดูกพรุนคืออะไร แล้วมีวิธีไหนบ้างที่จะป้องกันความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุน

โรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ

โรคกระดูกพรุน คืออะไร?

โรคกระดูกพรุน คือโรคทางกระดูกอย่างหนึ่งที่เกิดจากความผิดปกติของกระดูกที่ทำให้กระดูกอ่อนแอลง เกิดขึ้นเมื่อความหนาแน่นของมวลกระดูกและมวลกระดูกลดลง ซึ่งทำให้โครงสร้างภายในกระดูกและความแข็งแรงของกระดูกลดลงด้วย ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการกระดูกหักหรือกระดูกร้าวมากขึ้น

สุขภาพของกระดูกที่เป็นปกติจะมีมวลกระดูกแน่นและแข็งแรง เพื่อให้ร่างกายสามารถรองรับน้ำหนักและรับแรงกระแทกจากกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ เมื่ออายุมากขึ้น ความหนาแน่นของกระดูกจะลดลงตามธรรมชาติและความสามารถในการเก็บเนื้อกระดูกจะลดลงเช่นกัน ถ้าหากเป็นโรคกระดูกพรุน กระดูกจะเปราะบางมากกว่าที่ควรจะเป็นและอ่อนแอลงกว่าเดิมมาก

สถิติจากมูลนิธิกระดูกพรุนนานาชาติ (International Osteoporosis Foundation) ในปัจจุบัน มีผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนกว่า 200 ล้านคน ผู้หญิง 1 ใน 3 และผู้ช่วย 1 ใน 5 ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปทั่วโลกจะพบเจอภาวะกระดูกพรุน

อาการของโรคกระดูกพรุน

เนื่องจากโรคกระดูกพรุน จะไม่แสดงอาการผิดปกติเหมือนโรคอื่น ๆ ทำให้ทางการแพทย์เรียกโรคกระดูกพรุนว่า “โรคเงียบ” หรือ “ภัยเงียบ” ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนในระยะแรกจะไม่รู้สึก หรือไม่รับรู้สัญญาณของโรคกระดูกพรุนเลย ไม่ปวดหัว ไม่ปวดตามร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่จะรู้ตัวอีกทีเมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคกระดูกพรุนเพราะ “กระดูกหัก” จากอุบัติเหตุเล็กน้อยที่ไม่น่าจะทำให้กระดูกหักได้

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อโรคกระดูกพรุนไม่มีอาการโดยตรง พบว่าเป็นโรคกระดูกพรุนก็มีกระดูกหักแล้ว แต่ก็สามารถรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายเนื่องจากมวลกระดูกลดลงหรืออ่อนแอลง โดยมีอาการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคกระดูกพรุนดังนี้

-          อาการปวดหลังรุนแรงที่เกิดจากกระดูกเปราะ

-          หลังค่อม

-          ส่วนสูงลดลงหรือเตี้ยลง

-          กระดูกเปราะ หักง่ายขึ้น   

ความเจ็บป่วยที่พบบ่อยในผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน คือ ข้อมือหัก สะโพกหักหรือร้าว กระดูกสันหลังหัก อย่างไรก็ตาม โรคกระดูกพรุนก็อาจทำให้กระดูกส่วนอื่นหักได้ง่ายเช่นกัน เช่น กระดูกแขน กระดูกเชิงกราน ในบางครั้ง การไอหรือจามก็อาจทำให้กระดูกซี่โครงหัก หรือกระดูกสันหลังส่วนใดส่วนหนึ่งหักได้เช่นกัน

สาเหตุของโรคกระดูกพรุน

กระดูกจะแข็งแรงที่สุดและหนาที่สุดเมื่อเข้าสู่งช่วงวัยผู้ใหญ่ตอนต้นหรือจนกว่าจะอายุ 30 หลังจากนั้น เมื่ออายุ 35 กระดูกจะค่อย ๆ เสื่อมลงเรื่อย ๆ ซึ่งเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่บางคนที่มีความเสี่ยงสูง ก็อาจทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนได้เร็วมากขึ้น

โรคกระดูกพรุนในเพศหญิง มีความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นมากกว่าผู้ชาย โดยมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงวัยหมดประจำเดือน ซึ่งมีส่งผลกระทบต่อความหนาแน่นของกระดูก ซึ่งฮอร์โมนเอสโตรเจนนั้นสำคัญมากในเพศหญิงซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้จำเป็นต่อกระดูกอย่างมาก หลังจากอายุมากขึ้นจนถึงวัยหมดประจำเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้มวลหนาแน่นของกระดูกลดลงเรื่อย ๆ

โรคกระดูกพรุนในเพศชาย เคสการศึกษาส่วนใหญ่ ยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่แน่ชัด แต่อย่างไรก็ตาม ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในร่างกายต่ำ ก็เป็นส่วนหนึ่งของการเกิดโรคกระดูกพรุนได้ นอกจากนี้ก็อาจมาจากสาเหตุของการใช้ยา เช่นยาสเตียรอยด์ การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป เป็นต้น

ปัจจัยความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน

ปัจจัยความผิดปกติทางฮอร์โมนที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน เช่น

-          ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ (Overactive Thyroid)

-          ฮอร์โมนทางเพศลดลง เอสโตรเจนกับเทสโทสเตอโรน

-          เนื้องอกต่อมใต้สมอง

-          ฮอร์โมนพาราไทรอยด์สูง (Hyperparathyroidism)

ปัจจัยอื่น ๆ ที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน เช่น

-          ครอบครัวมีประวัติเกี่ยวกับโรคกระดูกพรุน

-          ครอบครัวมีประวัติกระดูกสะโพกหัก

-          ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) 19 หรือต่ำกว่า

-          การใช้ยาสเตียรอยด์มากเกินไป ซึ่งส่วนใหญ่ใช้สำหรับผู้ป่วยโรคไขข้ออักเสบและโรคหอบหืด

-          ความผิดปกติของการกิน เช่น อาการเบื่ออาหาร (Anorexia) และโรคบูลิเมีย (Bulimia)

-          ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป และสูบบุหรี่จัด

-          โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis)

-          ปัญหาการดูดซึมผิดปกติ เช่นโรคเซลิแอค (Celiac disease) หรือโรคโครห์น (Crohn’s disease)

-          ร่างกายขาดแคลเซียมหรือวิตามินดี

-          ยาบางชนิดที่ใช้รักษาโรคมะเร็งเต้านม และโรคมะเร็งต่อมลูกหมากที่มีผลกระทบต่อฮอร์โมน

-          การไม่ขยับร่างกายเป็นเวลานาน เช่น ผู้สูงอายุนอนทั้งวัน นอนนาน หรือการนั่งอยู่เฉย ๆ นาน ๆ

โรคกระดูกพรุนกระดูกหัก

โรคกระดูกพรุน สามารถป้องกันได้

สารอาหารที่ดีต่อร่างกายและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง โดยมีวิธีการ เช่น

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

เป็นสิ่งสำคัญมากในทุกวัย ผู้ใหญ่อายุ 19 ถึง 64 ปี ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 2 ชั่วโมงครึ่งทุกสัปดาห์ ด้วยการออกกำลังกายแบบไม่หนักมาก เช่น การปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิค หรือการเดินสลับวิ่ง นอกจากนี้ การออกกำลังกายแบบยกน้ำหนักทั้งแขนและขา ก็สามารถช่วยในเรื่องของความหนาแน่นของกระดูกได้ด้วยเช่นกัน

ทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และวิตามิน D

การทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน เพราะนอกจากโรคกระดูกพรุนที่สามารถป้องกันได้แล้ว ยังสามารถป้องกันโรคร้ายแรงอื่น ๆ ได้ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และต้านทานโรคมะเร็งได้ด้วยเช่นกัน

สารอาหารที่สำคัญอย่างมากต่อสุขภาพกระดูก คือ แคลเซียม ในวัยผู้ใหญ่ ร่างกายต้องการแคลเซียมปริมาณ 700 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งสามารถหาได้จากอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ผักใบเขียว ผลไม้ เต้าหู้ รวมถึงนม ชีสและโยเกิร์ต

วิตามิน D ก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งควบคู่กับแคลเซียม มีส่วนช่วยให้ร่างกายดูดซับแคลเซียม ในวัยผู้ใหญ่ ร่างกายต้องการวิตามิน D ประมาณ 10 ไมโครกรัมต่อวัน ซึ่งสามารถทานได้จากปลาต่าง ๆ เนื้อแดง ตับ ไข่แดง ซีเรียล หรือยาบำรุงวิตามิน D ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อเทียบกับการรับประทานอาหารเพื่อรับวิตามิน D

เลิกบุหรี่ และดื่มให้น้อยลง

ไลฟ์สไตล์อย่างหนึ่งที่ควรเลิกและเลี่ยงเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน การสูบบุหรี่มีส่วนเกี่ยวของทำให้สุขภาพกระดูกแย่ลง เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเกินไปหรือทุกวัน